พื้นที่การทำงานกลุ่มที่ 4 อารยธรรมอียิปต์






อารยธรรมอียิปต์

== == == ==
external image mdev03.gif
อารยธรรมที่เก่าแก่ และรุ่งเรืองมาก แห่งหนึ่งของโลก คือ อาณาจักรอิยิปต์โบราณ ชาวอิยิปต์มีพัฒนาการทางวิชาการที่ก้าวหน้า มีการสร้างสรรสิ่งก่อสร้าง และ ศิลปโดยสถาปนิกจนเป็นที่เลื่องลือ งานศิลปะที่สำคัญของอียิปต์ ได้แก่ การแกะสลัก และงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ชาวอิยิปต์ ได้พัฒนาศาสตร์ ใน สาขาต่างๆ ทั้งเรื่อง ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ การแพทย์ และงานสร้างสรรค์รูปวาด ทั้งที่วาดบนฝาผนัง หรือแผ่นพาไพรัส (papyrus) ผลงานที่จารึกบน แผ่นพาไพรัส มีชื่อเสียงเลื่องลือ และเป็นที่บันทึกประวัติศาสตร์ได้ดีจนถึงปัจจุบัน
external image mdev04.gif
สหรัฐอาหรับอียิปต์
ชื่อทางการ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt)

ประชากร 70,712,345 (กรกฏาคม 2545) ในเขตเมืองร้อยละ 45

ภาษา อารบิกเป็นภาษาราชการ และภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส

ศาสนา มุสลิม (สุหนี่) ร้อยละ 94 คริสเตียนคอปติก และอื่น ๆ ร้อยละ 6

เมืองสำคัญ ไคโร เมืองหลวง (ประชากร 9,600,000 คน) อเล็กซานเดรีย (ประชากร 3,584,000 คน)
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของโลกเป็นที่ตั้งทางการค้าที่สำคัญ และเป็นจุดเชื่อมโยงการค้าระหว่างยุโรป ตะวันออกกลาง
แอฟริกาและเอเชีย
ทิศเหนือ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทิศตะวันออกติดกับทะเลแดงโดยมีคลองสุเอซ เป็นคลองที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมการเดินทางที่มีความสำคัญมาแต่สมัยโบราณ
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับ ปาเลสไตน์ อิสราเอลและจอร์แดน
ทิศใต้ ติดกับ ซูดาน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ลิเบีย
พื้นที่ ประมาณ 1,002,000 ตารางกิโลเมตร แม้อียิปต์จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่พื้นที่เพาะปลูกมีเพียงร้อยละ 4 หรือประมาณ 4 หมื่นตารางกิโลเมตร ในบริเวณสามเหลี่ยมที่ราบลุ่มปากแม่น้ำไนล์เป็นส่วนใหญ่ และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ตลอดสาย เนื้อที่ของประเทศส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 92 เป็นทะเลทรายและ ภูเขา

ภูมิอากาศ มีอากาศแห้งแล้ง และมีฝนตกน้อยมาก ฝนตกประมาณ 200 มิลลิเมตรต่อปีแถบบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ทางภาคเหนือ และบริเวณที่ราบปากแม่น้ำไนล์ แบ่งเป็น 4 ฤดู ดังนี้ คือ
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) อุณหภูมิ 15-32 ํ C
ฤดูร้อน (มิถุนายน -สิงหาคม) อุณหภูมิ 21-43 ํC
ฤดูใบไม่ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิ 19-34 ํC
ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิ 8-20 ํC
เป็นเดือนที่อาจมีฝนตก แต่ปริมาณน้ำฝนใม่มากนัก เฉลี่ย 42 ม.

ประชากร มีจำนวนประมาณ 70 ล้านคน (ปี 2547) อยู่ในเขตเมืองร้อยละ 45 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามบริเวณ 2 ฝั่งและที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ กรุงไคโรมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 6 ของพลเมืองทั้งประเทศ
เชื้อชาติ ประกอบด้วย ชนชาติเฟลลาฮีน เบดูอิน และนูเบียน
เมืองสำคัญ
กรุงไคโร (Cairo) เมืองหลวง เป็นที่ตั้งของหน่วยงานบริหารราชการ สถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ และมีความสำคัญเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว และเขตพื้นที่อุตสาหกรรม ตลอดจนแหล่งจ้างงาน
เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เป็นเมืองท่าและศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญ ตลอดจนเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้า และแหล่งพื้นที่เพาะปลูกฝ้าย
เมืองพอร์ท ซาอิด (Port Said) เป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเขตปลอดภาษี
เมืองเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ Cairo, Luxor, Aswan (ชมโบราณสถาน)
และเมือง Hurghada และ Sharm El Sheikh (ชมปะการังและสัตว์ใต้น้ำ)
ภาษา ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ ภาษาต่างประเทศที่ใช้คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส
ศาสนา ประมาณร้อยละ 94 นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี่ (Sunni) อีกร้อยละ 4 นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอค
เวลา เดือนตุลาคม – เมษายน เวลาในประเทศอียิปต์ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง (+3 เวลากรีนิช) เดือนพฤษภาคม-กันยายน เวลาในประเทศอียิปต์ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง (+2 เวลากรีนิช)
เวลาทำงาน ส่วนใหญ่จะเปิดทำการวันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี เวลา 8.30 -15.00 น. รวมทั้งธนาคาร และสถานที่ราชการบางแห่งจะเปิดทำการวันเสาร์-วันพุธ เวลา 8.30-14.00 น. กิจการร้านค้าทั่วไป เปิดจำหน่ายทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. หรือบางแห่งจะปิดเฉพาะวันศุกร์
ท่าเรือสำคัญ ท่าเรือหลัก คือ Alexandria, Port Said, Damietta, Suez และ Dekheila, Arish, East Port Said, Adabia, Sokhna ,Safaga, Nuweiba, Sharm-El-Sheikh
ท่าอากาศยานสำคัญ
Cairo Int’l Airport, Taba Airport, Sharm El Sheikh Airport,
Hurghada Airport, Luxor Airport, Aswan Airport
ระบบการเงิน เงินปอนด์อียิปต์ (Egyptian Pound: L.E.) และ เพียสเตอร์(Piastre)
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์อียิปต์ เท่ากับ 100 เพียสเตอร์
1 เหรียญสหรัฐฯประมาณ 5.76 ปอนด์อียิปต์
อาหารการกินได้แก่ ข้าว ขนมปัง ปลา แกะ ไก่ ไก่งวง ทาฮินา (ครีมทำจากงา น้ำมัน กระเทียมและมะนาว) มะเขือเทศ โยเกิร์ตและแตงกวา โดยทานร่วมกับอาหารทั่วไป แต่ละมื้อ
อาหารประจำชาติ อาหารถั่วฟาวาที่เรียกว่าโฟล ผักและทาน ทามิยา (ลูกชิ้นถั่วเขียวและเครื่องเทศ ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าฟาราเฟล) และยังมีขนมปังแผ่นอียิปต์ ทุกมื้อจะมีขนมปังเสมอ โคฟตา (เนื้อบดเสียบไม้ย่างบนไฟ) เคบับ (เหมือนกับโคฟตา แต่ว่าเนื้อไม่ได้บด) ทั้งสองเมนูเป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมมากที่สุด
อาหารว่างได้แก่ขนมปังปิต้ากับทาฮินา หรือ ฮมมส(ทำจากถั่วเขียว) และบาบากะโน (ทำจากมะเขือม่วงบดกับทาฮินา) ดอลมัสหรือใบองุ่นก็เป็นอาหารว่างด้วยเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยว

external image mdev02.gifสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอียิปต์คือ ปิรามิดที่เมืองกิซ่า (Giza) หรือที่เรียกกันว่า "ปิรามิดกีซ่า" ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำไนล์ปิรามิดแห่ง เมืองกิซ่ามีลักษณะแตกต่างจากปิรามิดรุ่นแรกๆ คือ เป็น ปิรามิดที่มีผิวเรียบการสร้างปิรามิดรุ่นหลังนี้สร้างในยุคอารยธรรมอิยิปต์ ที่มีกษัตริย์ปกครองทรง พระนามว่า ฟาโรห์ การก่อสร้างปิรามิดเพื่อเป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ และบุคคลสำคัญต่างๆ อาณาจักรอิยิปต์โบราณยุคใหม่นี้ก่อตั้งราว 1567-1085 BC และหลังจากนั้นอาณาจักรอิยิปต์เริ่มเสื่อมถอยลงจนราว 525-404 BC ก็ถูกครอบครองโดยเปอร์เซีย และจาก 332-30 BC ก็ตกอยู่ ภายใต้การ ครอบครองของกรีก และมาเซโคเนียนหลังจาก 30 BC ก็ตกอยู่ภายใต้อาณาจักรโรมัน ===เล่าขาน...ตำนาน “ สฟิงค์ ”=== เรื่องเกี่ยวกับสฟิงค์เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะเกี่ยวข้องกับอียิปต์โดยตรง โดยเฉพาะของกรีก และอียิปต์สฟิงค์ของกรีกเป็นสฟิงซ์ที่มีใบหน้า และทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโต มีปีกแบบนกอินทรี มีลักษณะนิสัยชอบทรยศหักหลัง ก้าวร้าวรุนแรง กระหายเลือด และพวกนี้ยังชอบกินคนเป็นอาหาร ลักษณะที่เด่นชัดของสฟิงซ์ กรีกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคล้ายแมว หรือจะว่าอีกทีก็คล้ายผู้หญิงด้วย เรื่องราวเกี่ยวกับสฟิงซ์ของกรีก ตามท้องเรื่องที่จะกล่าวถึง เอดิปุส (Oedipus) แห่งโครินท์ผ่านมาในเมืองธีบีสพอดิบพอดี สฟิงซ์กระโดดออกมา จากหลังพุ่มไม้ แลบลิ้นเลียปากด้วยความอยากกินเนื้อ ก่อนจะส่งเสียงคำรามให้ขวัญหาย เข้าใส่ เอดิปุสและถามปัญหา "อะไรเอ่ยเดินสี่ตีนในยามเช้า เดินสอง ตีน ในยามสาย และเดินสามตีนในยามเย็น….? "อ๋อ มันก็คือมนุษย์นั่นแล ย่อมเดินด้วยการคลานทั้งมือและเข่า เมื่อยังเป็นเด็ก ยืนด้วยขาสอง ข้าง เมื่อโตเต็มที่ และต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง เป็นขาที่สามในยามสายัณห์ของชีวิต" เอดิปุสตอบอย่างไม่ลังเล สฟิงซ์เมื่อได้ฟังคำตอบนั้น ถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บใจ นางโผบินขึ้น บนฟ้า แล้วทิ้งตัวดิ่งลงฆ่าตัวตายในทะเล หลังจากที่สฟิงซ์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดของปวงชาวธีบีสได้ตายไป ผู้รักษาการณ์เมืองธีบีส ถึงกับเชิญเอดิปุสขึ้นเป็นราชา และให้ แต่งงานกับราชินีม่าย โจคัสต้า (Jocasta) ของกษัตริย์องค์ก่อน และกว่าจะรู้ความจริงว่าโจคัสต้านี่เอง คือมารดาผู้ให้กำเนิดเอดิปุส ก็เมื่อนางได้ตกเป็นราชินี อย่างแท้จริงของเอดิปุสไปเสียแล้วสฟิงซ์ของอียิปต์เป็นพันธุ์ที่เราเรียกว่า แอนโดรสฟิงซ์ (Andro-Sphinx) เป็นการผสมกันระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ ของฟาโรห์อียิปต์แสดงไว้ชัดเจน คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูจงอางแผ่แม่เบี้ย และมีเครื่องประดับ รัดเกล้าแบบกษัตริย์โดยรอบ ว่ากันว่า สฟิงซ์ คือ รูปเหมือนขนาดใหญ่กว่าร่างจริงสองเท่าของฮาร์มาชิส เทพแห่งรุ่งอรุณ เมื่อตอนที่แปลงร่าง เป็นสิงโต มีเศียร เป็นฟาโรห์อียิปต์หรือ "sphingein" แปลว่าการบีบรัดสฟิงซ์ที่เฝ้าพีรามิดแห่งกิซา
แหล่งอ้างอิง
ประติความเป็นมา :
http://archaeology.thaiarchaeology.info/index.php?option=content&task=view&id=156
http://my.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=211222
[[|[[|http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93]]]]

http://www.linethaitravel.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=262686
http://archaeology.thai-archaeology.info/index.php?option=content&task=view&id=156
||
||
http://my.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=211222
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93